ทั้งนี้ ปศุสัตว์จังหวัดได้เข้าไปสุ่มตรวจหาเชื้อและเพิ่มความเข้มงวดกับฟาร์มเลี้ยง หมู ในเรื่องของความสะอาด อากาศที่ถ่ายเทสะดวกของสถานที่ตั้ง รวมถึงสุขภาพของสุกรในฟาร์ม ดังนั้น ผู้บริโภคจึงมั่นใจได้ในคุณภาพและความปลอดภัยของเนื้อหมู สามารถรับประทานได้ตามปกติแต่ต้องปรุงให้สุกก่อนเสมอ
นายวิทยา กล่าวว่า ภายหลังจากที่สถานการณ์ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ H1N1 เริ่มส่งผลกระทบพาดพิงถึงหมู ทางปศุสัตว์จังหวัดเองไม่ได้นิ่งนอนใจ เริ่มดำเนินการสุ่มตรวจ โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ ปศุสัตว์จังหวัด และปศุสัตว์อำเภอ ออกตรวจฟาร์มเลี้ยงหมูขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ในพื้นที่จังหวัดเชียงรายทั้งหมด ซึ่งมีอยู่ 3,671 แห่ง และมีจำนวนสุกรกว่า 118,236 ตัว
โดยการตรวจครั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันและขอความร่วมมือจากเจ้าของฟาร์มให้ ตระหนักถึงความปลอดภัยและความสะอาดของโรงเรือน เพื่อลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคต่างๆ และสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค ซึ่งหลังจากที่ได้มีการเข้าไปตรวจสอบแล้ว พบว่าไม่มีสิ่งผิดปกติใดๆ ทำให้ผู้บริโภคเริ่มมั่นใจและหันกลับมาบริโภคเนื้อหมูกันเพิ่มมากขึ้น แม้ว่าเนื้อหมูจะมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 110-130 บาท แต่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ที่มั่นใจก็ยังบริโภคเนื้อหมูกันตามปกติ
นายวิทยา กล่าวว่า แม้ว่าเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูจะไม่ได้รับผลกระทบที่รุนแรงเหมือนกับเกษตรกรผู้ เลี้ยงสัตว์ปีก ในช่วงไข้หวัดนกสายพันธ์ H5N1 แต่ถึงอย่างไร ก็ต้องมีการประชาสัมพันธ์อย่างทั่วถึงและต้องได้รับความร่วมมือจากสาธารณสุข จังหวัดในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคบางส่วน เพราะอาจมีผู้บริโภคบางส่วนที่ยังสับสนกับเรื่องดังกล่าวอยู่ อย่างไรก็ตาม ทางปศุสัตว์จังหวัด จะได้เร่งติดตามและตรวจสอบอย่างใกล้ชิดต่อสถานการณ์ดังกล่าว เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจและปลอดภัยในการบริโภคเนื้อหมู
Set as favorite
Email This
Hits: 212
เขียนความคิดเห็น



