บ่อยครั้งที่ผู้หญิงต้องตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมต่างๆเพราะหลายคนมักเชื่อว่า ผู้หญิงอ่อนแอเกินกว่าที่จะป้องกันตัวเองได้ รวมไปถึงความประมาทเลินเล่อเพียงเชื่อว่าเหตุการณ์ร้ายๆ คงไม่เกิดขึ้นกับเราหรอก
ดังนั้น เราลองมาดูวิธีต่างๆ กันว่า หากผู้หญิงต้องตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายแล้ว เราควรจะทำอย่างไรเพื่อเอาชีวิตรอดกันดี
- เกร็ดความรู้จากศาสตร์ป้องกันตัว ตามหลักของวิชาเทควันโด้กล่าวไว้ว่า ข้อศอกเป็นจุดที่แข็งแกร่งที่สุดของร่างกาย หากถูกทำร้าย หรือกำลังจะถูกทำร้าย และคุณอยู่ในระยะที่ใกล้พอ จงใช้ข้อศอกให้เป็นประโยชน์ โดยการถองกบาลหรือกกหูมันแรงๆ
- เขวี้ยงกระเป๋าไปไกลๆ ข้อแนะนำจากหนังสือแนะนำนักท่องเที่ยวเมืองนิวออร์ลีนส์เขียนไว้ว่า หากผู้หญิงถูกโจรจี้และขอกระเป๋าถือหรือกระเป๋าสตางค์ อย่ายื่นกระเป๋าให้โจร แต่ให้เขวี้ยงกระเป๋าไปไกลๆ เพราะเป็นไปได้ว่าเจ้าโจรนั่นอาจสนใจเงินหรือข้าวของในกระเป๋ามากกว่าตัวคุณมันจะวิ่งไปคว้ากระเป๋าที่คุณโยนออกไป ทีนี้ก็จงวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตไปในทิศทางตรงกันข้าม
- ?สติ? และประสาทต้องตื่นตัวอยู่เสมอ หมั่นสำรวจรอบตัวมองข้างในรถทั้งที่นั่งข้างคนขับ พื้นรถรวมถึง เบาะหลังด้วย เพราะคนร้ายอาจแอบอยู่หลังเบาะคนขับก็เป็นได้ ซึ่งในกรณีนี้หลายคนอาจเคยได้ยินมาบ้างแล้ว
- ล็อคประตูรถทุกครั้ง เป็นที่พบเห็นกันบ่อยครั้งเมื่อผู้หญิงส่วนใหญ่มักมองข้ามในเรื่องของการล็อคประตูรถยนต์ เหตุการณ์ร้ายแรงส่วนหนึ่งที่หลายคนประสบก็คือคนร้ายมักเปิดประตูรถและปล้นทรัพย์สิน หรือไม่ก็เอาปืนจี้แล้วบังคับไปไหนต่อไหน ดังนั้นคุณผู้หญิงจึงไม่ควรนั่งแช่ในรถ หรือเปิดประตูรถค้างไว้
- ขับไปให้ไกล อย่าเพิ่งจอด หากขับรถอยู่แล้วมีคนบีบแตร โบกรถ หรือชี้มาที่รถเพื่อต้องการให้เราจอดดู คุณควรขับรถเลยไปให้ไกลจนกว่าจะเจอจุดที่มีคนพลุกพล่าน และปลอดภัยกว่าที่เดิม เพราะหลายครั้งที่มิจฉาชีพมักใช้แผนนี้ล่อลวงคนโดยเฉพาะผู้หญิง
- ควรใช้ลิฟต์แทนการขึ้นลงทางบันได บันไดเป็นจุดที่น่ากลัวที่สุดถ้าอยู่คนเดียว รวมทั้งเป็นจุดที่เกิดอาชญากรรมได้ดีที่สุดเพราะคนร้ายอาจอาศัยช่วงที่ไม่มีคนหลบอยู่ตามมุมบันไดต่างๆ ก็เป็นได้
- หากผู้ร้ายมีปืน และคุณยังไม่ได้ถูกจี้ .. วิ่งหนี! โอกาสที่มันจะยิงโดนคุณมีเพียง 4 ใน 100 ครั้งเท่านั้น (เป้าเคลื่อนที่) และถึงจะยิงโดน ก็เป็นไปได้มากว่าจะไม่ถูกอวัยวะสำคัญ เพราะฉะนั้น คุณควรวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตลูกเดียว!
- อย่าวางใจคน จะจนใจเอง ผู้หญิงมักใจอ่อน ขี้สงสาร และเห็นอกเห็นใจ ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจนำไปสู่การทำร้ายร่างกาย ข่มขืน หรือฆาตกรรมได้ โดยกรณีนี้มีตัวอย่างมาแล้วหลายราย อาทิฆาตกรต่อเนื่องรายหนึ่งในอเมริกาชื่อ เท็ด เบินดี้ม เป็นชายหนุ่มหน้าตาดี มีการศึกษา มักใช้กลวิธีเรียกร้องความสงสารจากเหยื่อเพศหญิงซึ่งไม่ได้เกิดความสงสัยสักนิด เขาหลอกลวงเหยื่อให้ตายใจด้วยการเดิน โดยอาศัยไม้เท้า หรือแสร้งทำขากะเผลก จากนั้นจะขอ "ความช่วยเหลือ" จากเหยื่อให้ช่วยพยุงขึ้นรถ แล้วก็ใช้จังหวะนั้นลักพาตัวไป
- "ไฟไหม้" แทนคำว่า "ช่วยด้วย" จากหนังสือภัยจาก 108 มงกุฏ เมื่อคุณกลับบ้านในเวลากลางคืน หากถูกคนร้ายจี้ ชิงทรัพย์ ฯลฯ เวลาร้องขอความช่วยเหลือให้ร้องว่า "ไฟไหม้" แทนคำว่า "ช่วยด้วย" เพราะคำว่าไฟไหม้จะทำให้ชาวบ้านในละแวกนั้นตกใจตื่นและออกมาดูสถานการณ์ได้เร็วกว่า
ท้ายนี้ขอให้ทุกคน โดยเฉพาะผู้หญิงพึงระลึกไว้เสมอว่า"โลกใบนี้มีคนวิกลจริตอาศัยอยู่มาก ... ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่าเสียใจภายหลัง"
ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก healthcorners
Set as favorite
Email This
Hits: 163
เขียนความคิดเห็น




