ศ.น.พ.ประกิต วาทีสาธกกิจ คณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และเลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวว่า ปัจจุบันมีเครื่องปรับอากาศที่โฆษณาว่าสามารถช่วยให้ผู้สูบบุหรี่สูบได้อย่างปลอดภัยขึ้น โดยเครื่องปรับอากาศจะดูดซับสารพิษจากควันบุหรี่ และชี้แนะว่าทำให้ผู้สูบบุหรี่เป็นที่โรคภูมิแพ้สูบบุหรี่ได้ตามปกตินั้น ในความเป็นจริงแล้วผู้สูบบุหรี่ทุกคนจะได้รับสารพิษจากบุหรี่โดยตรงจากการอัดควันบุหรี่เข้าปอด หลังจากนั้นจึงพ่นควันออกจากปอด
ถึงแม้ว่าจะสูบบุหรี่อยู่ในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพเพียงใด ผู้สูบบุหรี่ก็จะยังคงได้รับสารพิษจากบุหรี่อยู่นั่นเอง เพราะปัจจุบันยังไม่มีเครื่องปรับอากาศชนิดใดที่มีประสิทธิภาพดีพอในการกรองสารพิษที่เป็นก๊าซ ซึ่งเป็นสารพิษส่วนใหญ่ที่อยู่ในควันบุหรี่ที่มีมากถึง 4,000 ชนิดได้ แต่จะกรองได้เพียงสารที่เป็นอนุภาคบางส่วนเท่านั้น จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ประเทศต่างๆ มีการกำหนดสถานที่สาธารณะต่างๆ ให้เป็นเขตปลอดบุหรี่มากขึ้น โดยเฉพาะในสถานที่ที่ติดเครื่องปรับอากาศ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่
?ในฐานะที่ผมเป็นแพทย์ทางด้านโรคปอด ผู้สูบบุหรี่ที่เป็นโรคภูมิแพ้อยู่แล้ว จะต้องเลิกสูบบุหรี่โดยเร็วที่สุด เพราะเสี่ยงที่จะเป็นโรคถุงลมโป่งพอกสูงกว่าผู้สูบทั่วๆ ไปมาก นอกเหนือไปจากโรคมะเร็งในส่วนต่างๆ ของร่างกาย และสำหรับผู้ป่วยถุงลมโป่งพอง จะมีอาการเริ่มแรก คือ ไอเรื้อรัง เป็นหวัดง่ายหายช้า หลอดลมอักเสบบ่อย ซึ่งถ้ายังไม่หยุดสูบบุหรี่อาการจะรุนแรงขึ้น จนถึงขั้นเหนื่อยหอบ หายใจลำบาก และท้ายที่สุด ผู้ป่วยจะไม่สามารถทำงานอะไรได้เลย แม้แต่ภารกิจประจำวัน ต้องนอนอยู่เฉยๆ และต้องให้ออกซิเจนช่วยในการหายใจตลอดเวลาจนกว่าจะเสียชีวิต?
Set as favorite
Email This
Hits: 151
เขียนความคิดเห็น




