นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การเลี้ยงดูลูกมีส่วนสำคัญมากในการสร้างไอคิว-อีคิวให้เด็กถึงร้อยละ 70 ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขสนับสนุนให้พ่อแม่เล่านิทานให้ลูกฟังตั้งแต่ยังอยู่ใน ครรภ์ จนกระทั่งหลังคลอด โดยเฉพาะช่วง 6 ขวบแรก ซึ่งเป็นช่วงสำคัญของการวางรากฐานคุณภาพชีวิตให้เด็กเติบโตและพัฒนาได้อย่าง เต็มศักยภาพ เพื่อสร้างไอคิว-อีคิว ซึ่งมีความสำคัญในการดำรงชีวิตไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน หลังจากที่ได้สำรวจครอบครัวไทยล่าสุดในปี 2549 พบพ่อแม่เล่านิทานให้ลูกฟังเพียง1-5 ครั้งต่อเดือนเท่านั้นนพ.ไพจิตร์ กล่าวว่า ผลดีของการเล่านิทาน นอกจากจะสร้างความผูกพัน ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้เล่ากับเด็กแล้ว ยังสร้างความมั่นใจ ความเชื่อมั่นให้เด็ก ทำให้เด็กกล้าแสดงความคิดเห็นขณะฟังนิทาน ทำให้เด็กมีสมาธิ เด็กจะฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบของไอคิวหรือความฉลาดทางปัญญา โดยนิทานเป็นการขยายเรื่องที่เป็นนามธรรม ให้เป็นเรื่องง่ายๆ ที่จะพูดคุยหรือสื่อให้คนอื่นเข้าใจ สร้างความฉลาดทางอารมณ์หรืออีคิวให้เด็กอยู่ในสังคมได้
การเล่านิทานยังเป็นการส่งเสริมให้เด็กรักการอ่านหนังสือ ช่วยส่งเสริมพัฒนาการได้ครบทุกด้าน ทั้งร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ที่สำคัญคือทักษะด้านภาษา ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และจินตนาการ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นพื้นฐานนำไปสู่การพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ของเด็กไทย
ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก
banruk-nursery.com
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก
banruk-nursery.com
Set as favorite
Email This
Hits: 726
เขียนความคิดเห็น




