ช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา มักได้ยินคำถามคล้ายๆ กันอยู่บ่อยๆ ว่า ...ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ไม่สู้ดีในขณะนี้ จะมีคนกล้าลงทุนใหม่ๆ หรือคิดโมเดลธุรกิจใหม่ หรือไม่ ? คำตอบคือมีแน่นอน เหตุเพราะยังมีคนจำนวนมากที่ไม่ยอมจำนนกับสภาพเศรษฐกิจ ยังมีคนจำนวนมากที่มีจังหวะเวลาที่ดี มีความพร้อมและโอกาส เกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ
ดังเช่นโมเดลธุรกิจนี้ Mega Force สนามยิงปืนเลเซอร์ เสมือนจริง ที่พัฒนาโมเดลสนามยิงปืนของจริงๆ ให้กลายเป็นเกม เป็นกีฬา ที่เด็ก ผู้ใหญ่ คนทำงานทั่วไป ทั้งผู้หญิง ผู้ชาย รวมถึงนักท่องเที่ยว สามารถเข้ามาสัมผัสด้วยตัวเองโดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องเงินงบประมาณ เงินทุน สำหรับนักลงทุน และค่าใช้จ่ายสำหรับผู้บริโภค
ปูมหลังธุรกิจใหม่
ศักดา ศรีวิริยะไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตาร์ เคาน์เตอร์ เซอร์วิส จำกัด ผู้พัฒนาและเจ้าของโมเดลธุรกิจแฟรนไชส์ Mega Force เล่าว่า ที่มาของ Mega Force เกิดจากหลายๆ ปัจจัย เริ่มตั้งแต่ความคิดส่วนตัวที่อยากทำธุรกิจใหม่ๆ กับโอกาสที่ได้เดินทางไปดูสถานที่ จังซีลอน ห้างสรรพสินค้าใหญ่ ในจังหวัดภูเก็ต และประสบการณ์ความรู้ที่ทำงานเกี่ยวการพัฒนาเทคโนโลยี
"เพื่อนชวนไปเที่ยวภูเก็ต ไปดูพื้นที่ในจังซีลอน ที่ยังมีพื้นที่ว่างอยู่ ก็เลยเกิดความคิดว่า จะทำอะไรกับพื้นที่ ที่อยู่ในจังหวะท่องเที่ยวดี จากนั้นก็ปรึกษาภรรยาว่า แหล่งท่องเที่ยวลักษณะนี่มีธุรกิจอะไรที่สามารถทำได้ ที่น่าสนใจและยังไม่มีใครทำ จากนั้นก็ศึกษา สุดท้ายก็มาลงตัวที่สนามยิงปืนเลเซอร์ ที่ไอเดียมาจากปัจจุบัน เด็กๆส่วนใหญ่เล่นเกมในจอตู้ เป็นเกมต่อสู้กัน ยิงกัน ซึ่งให้ความรู้สึกเพียงด้านเดียวคือความมันส์ แต่ถ้าเราปรับให้เป็นของจริงเป็นปืนจริงๆ ที่ยิงได้ในลักษณะฝึกฝนทักษะ ปรับคอนเซ็ปต์ให้เป็นกีฬาที่เน้นเรื่องการฝึกสมาธิ น่าจะดีกว่ามั้ย"
?
พอได้ไอเดียแบบนั้นก็ใช้เวลาศึกษาเตรียมการประมาณ 3-4 เดือน โดยใช้พื้นฐานความรู้เดิมที่เรามีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเทคโนโลยี ประสบการณ์ในการยิงปืนในสนามจริงๆ บวกกับการศึกษาวิจัยการตลาด เกี่ยวกับพฤติกรรมกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย กับโมเดลธุรกิจที่เราสร้างขึ้น จนในที่สุดเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ทุกอย่างลงตัว สนามกีฬายิงปืนในร่ม Mega Force ก็เกิดขึ้นเป็นแห่งแรก ที่ศูนย์การค้าจังซีลอน จ.ภูเก็ต และเวลาถัดมาไม่นาน เราก็เปิดสาขาที่ 2 แฟชั่นไอส์แลนด์ รามอินทรา กรุงเทพฯ
"เราต้องการศึกษาตลาด โดยเลือกโลเกชั่นทั้งที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ กับโลเกชั่นที่เป็นคนไทยเดินว่า โมเดลธุรกิจที่สร้างขึ้นนั้นกลุ่มไหนให้การตอบรับบ้าง ซึ่งก็ปรากฏว่าทั้ง 2 กลุ่มให้การยอมรับ จนถึงขนาดที่มีคนสนใจขอซื้อโมเดล"
จดลิขสิทธิ์ ขยายแฟรนไชส์
"การเปิด 2 สาขาในเวลาใกล้เคียงกัน ส่วนหนึ่งเป็นการศึกษา วิจัย เรียนรู้จุดอ่อนจุดแข็งของตัวเองด้วย กรณีเปิดที่ภูเก็ต เราได้เรียนรู้ว่า ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ความสนใจ แต่ขนาดพื้นที่ 650 ตารางเมตรนั้นมันใหญ่เกินไป พอมาเปิดที่กรุงเทพฯ ที่ใช้พื้นที่เพียง 50 ตารางเมตร ก็สามารถรองรับลูกค้าได้ การบริหารจัดการก็สะดวก เงินลงทุนไม่สูง จึงน่าจะเป็นโมเดลที่กะทัดรัดสามารถขยายสาขาต่อไปได้ง่ายขึ้น"
หลังจากเปิดมาได้ประมาณ 2 เดือน มีคนสนใจจำนวนมาก ทั้งคนไทยและต่างประเทศ ขณะนี้เราจึงได้จดลิขสิทธิ์ตัวแบรนด์ Mega Force รวมถึงการพัฒนาโนว์ฮาวกรณีหากมีการขยายธุรกิจไปต่างประเทศด้วย
"ความโดดเด่นของ Mega Force คือ การยิงปืนเสมือนจริง ที่จำลองรูปแบบที่ใช้ในการฝึกทหารมาปรับใช้ให้กลายเป็นความบันเทิง ใช้ปืนอิสระ (ไม่มีสายต่อ) จึงทำให้รู้สึกเหมือนว่ากำลังยิงปืนจริงกันอยู่ มีการสั่นสะเทือนเสมือนปืนจริงขณะลั่นไกออกไป ซึ่งมีเป้ายิงให้เลือก 2 ลักษณะ คือ เป้านิ่ง และเป้าเคลื่อนไหว ที่ยิงผ่านจอดิจิทัลขนาดใหญ่ พร้อมกับจำลองสถานการณ์ต่างๆ จากฉากภาพยนตร์ หรือฉากเป้าบิน ฯลฯ ให้เลือกได้ตามต้องการ จึงเป็นการเพิ่มอรรถรสที่ทำให้การยิงปืนสนุกยิ่งขึ้น ส่วนปืนก็มี 2 ประเภท คือ ปืนสั้น และปืนยาว" ศักดากล่าว
เปิด 2 ทางเลือกขายแฟรนไชส์
ศักดากล่าวถึงแผนธุรกิจในอนาคตอันใกล้ว่า หลังจากเปิดมาได้สักระยะหนึ่งได้ผลตอบรับดีเกินคาด เฉพาะอย่างยิ่งชาวต่างชาติที่เข้ามาติดต่อขอซื้อระบบ ขอซื้อโนว์ฮาว ทำให้ตนเกิดแนวคิดที่จะเปิดขายแฟรนไชส์ โดยวางไว้ 2 แนวทาง
แนวทางแรก สำหรับนักธุรกิจคนไทย ได้เปิดทางเลือกไว้ 2 ทาง คือ ทางแรก สำหรับนักธุรกิจที่มีทุน ก็จะขายโนว์ฮาวทั้งระบบ ใช้เงินทุนประมาณ 1.2 ล้านบาท ก็จะได้ Mega Force ไปบริหารจัดการได้เลย ส่วนรูปแบบที่ 2 เป็นการร่วมลงทุน โดยกำหนดเงินขั้นต้นไว้ที่ 3.8 แสนบาท ที่แฟรนไชซีต้องจ่าย ส่วนเรื่องระบบ อุปกรณ์ต่างๆ เป็นของบริษัท ส่วนเรื่องรายได้ 18,000 บาท ส่งให้บริษัทแม่ ส่วนที่เหลือแฟรนไชซ์เอาไป
แนวทางที่ 2 การขยายไปต่างประเทศ คาดว่าจะขายเป็นโนว์ฮาวทั้งระบบร้าน Mega Force
"ต่างประเทศการขายแฟรนไชส์ทำได้ยาก เพราะเราไม่สามารถควบคุมได้ การขายระบบ จึงมีความเป็นไปได้มากกว่า ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างศึกษาและกำหนดราคา ว่าควรจะเป็นเท่าไหร่ แต่ที่แน่ๆ ต้องสูงพอสมควร เมื่อเทียบกับการขายให้คนไทย เพราะระบบที่ใช้นั้นจำลองมาจากระบบสนามยิงปืนจริงๆ ซึ่งในต่างประเทศนั้นแพงมากระดับหลักสิบล้านบาท" นายศักดากล่าวและว่า ส่วนประเทศที่สนใจนั้นได้แก่ เยอรมนี สิงคโปร์ ออสเตรีย เนเธอร์แลนด์ แอฟริกาใต้ อินเดีย จีน แทนซาเนีย ฯลฯ
"เป็นเรื่องแปลกสำหรับผมที่มักจะคิดและทำอะไรใหม่ๆ ในช่วงวิกฤต เพราะตอนวิกฤต 2540 ผมก็คิดระบบวิทยุชุมชนแบบ ไร้สายได้ ซึ่งปัจจุบันก็ยังใช้ในชุมชน หมู่บ้านต่างๆ มาปีนี้ก็สร้าง Mega Force ขึ้นมา ก็มีแนวโน้มว่าจะดี โดยวัดได้จากกระแสตอบรับ ตอนนี้ภาวะเศรษฐกิจไม่ดี การตัดสินใจซื้อแฟรนไชส์อาจยาก แต่กับความบันเทิงและเป็นกีฬาที่ใช้ค่าใช้จ่ายไม่สูง และได้ประโยชน์ ซึ่งเมื่อได้เล่นครั้งหนึ่งจะเกิดการบอกต่อปากต่อปาก ผมจึงมั่นใจว่าจะเป็นธุรกิจที่สามารถสร้างการเติบโตเพิ่มขึ้นได้เรื่อยๆ โดยมีระยะเวลาสร้างรายได้ให้เกิดขึ้นได้อีกอย่างน้อย 4-5 ปี" ศักดากล่าวตอนท้าย



