เรื่องของแดดทะเลเผา ไม่ใช่ชื่อเมนูอาหารแสนอร่อยชวนหม่ำค่ะ แต่เป็นความเข้มข้นของแสงแดดริมชายหาดที่มีอันตรายต่อผิวอ่อน ๆ ของลูกน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลายครอบครัวที่มีสตางค์ สามารถพาลูก ๆ ไปเที่ยวทะเลได้บ่อย ๆ การปล่อยให้เด็กเล่นอยู่กลางแจ้งในช่วงเวลา 10.00 - 16.00 น. จะทำให้เด็ก ๆ เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนังมากขึ้นได้
งานวิจัยชิ้นนี้ส่งตรงมาจากสหรัฐอเมริกา โดยทีมนักวิจัยของ Colorado School of Public Health ได้ทำการศึกษาพลเมืองเด็กผิวขาวของรัฐจำนวน 681 คน ตั้งแต่พวกเขาอายุประมาณ 7 ปี (ปัจจุบันอายุ 10 ปี) เกี่ยวกับจำนวนของไฝที่เกิดขึ้นกับพวกเขา ซึ่งไฝเหล่านี้เป็นปัจจัยเสี่ยงตัวหนึ่งที่จะพัฒนาไปสู่การเป็นมะเร็งชนิด เมลาโนมา
การศึกษาของทีมนักวิจัยพบว่า การที่ผู้ปกครองพาลูกไปรับแดดริมทะเล 1 หรือหลายครั้ง มีความเชื่อมโยงกับการเพิ่มจำนวนของไฝที่มีขนาด 0.8 นิ้วให้มากขึ้นได้ประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์
ลอรี่ แครน ผู้บริหารของฝ่าย Community and Behavioral Health แห่ง Colorado School of Public Health กล่าวเตือนผู้ปกครองว่าควรเพิ่มความระมัดระวังในการพาเด็ก ๆ ไปเที่ยวทะเล เนื่องจากเป็นจุดหนึ่งที่มีแสงแดดเข้มข้น และผิวหนังของเด็ก ๆ มักจะได้รับแสงแดดเต็มที่โดยไม่มีชุดว่ายน้ำมาปกปิด
"สำหรับ เด็กเล็ก ผู้ปกครองไม่ควรปล่อยเด็กออกมาเผชิญแสงแดดในช่วงเวลาระหว่าง 10.00 - 16.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่แสงแดดมีความเข้มข้นสูง เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งผิวหนังในเด็กคนนั้น ๆ ได้ หรือถ้าหากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ควรสวมเสื้อแขนยาว"
นอกจากนั้นเธอยังกล่าวด้วยว่า ผู้ปกครองบางคนมีความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับครีมกันแดดว่าช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งผิวหนัง แต่ในความเป็นจริงแล้ว เด็ก ๆ มักสนุกกับการเล่น ทำให้ใช้เวลาริมหาดนานเกินกว่าที่ครีมกันแดดจะสามารถปกป้องได้ไหว อีกทั้งยังพบว่า เด็กผู้ชายมีโอกาสเพิ่มจำนวนไฝสูงกว่าเด็กผู้หญิง 19 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในส่วนนี้ ลอรี่ ระบุว่า อาจเป็นเพราะเด็กผู้ชายชอบกิจกรรมกลางแจ้งเช่นนี้เป็นทุนเดิม และมีเรื่องน่าสนุกให้เล่นได้มากกว่าเด็กผู้หญิงก็เป็นได้
อย่างไรก็ดี เมื่อสำรวจไปถึงรายได้ของครอบครัว ลอรี่และทีมงานยังพบว่า ครอบครัวที่มีรายได้สูง ลูก ๆ จะมีความเสี่ยงที่จะได้ไฝจากแสงแดดเป็นของแถมมากกว่าครอบครัวที่ยากจน เนื่องจากมีโอกาสพาครอบครัวไปพักร้อนริมทะเลได้บ่อยกว่า
ปัจจุบัน ในแต่ละปีมีชาวอเมริกันมากกว่า 62,000 รายที่ตรวจพบว่าเป็นมะเร็งผิวหนัง และมีผู้เสียชีวิตจากโรคดังกล่าวมากกว่า 8,000 รายต่อปี

